จากการที่ดิฉันได้ศึกษา ค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับ ประเทศที่มีความเป็นโลกาภิวัฒน์มากที่สุด ได้ข้อมูลมาดังนี้
สหรัฐเป็นผู้กำหนดโลกาภิวัฒน์ กำหนดกติกาให้คนเล่น ให้เชื่อในสิ่งที่สหรัฐเชื่อ เพราะสหรัฐมีความพร้อมมากกว่าคนอื่น
ข้อมูลจาก http://www.the-thainews.com/analized/domestic/dom220451_9.htm
วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552
วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2552
โลกาภิวัฒน์/ธุรกิจระหว่างประเทศ
จากการที่ได้เรียนวิชา IB 321 ในวันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมานั้น ทำให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับ Globalization และ ธุรกิจระหว่างประเทศ
ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดโลกาภิวัฒน์ เช่น
-เทคโนโลยีเรื่องราวของการสื่อสารและการขนส่ง
-การเปิดเสรีในเรื่องของการค้า
-แรงกดดันจากผู้บริโภค
โลกาภิวัฒน์มีส่วนสำคัญในการประกอบธุรกิจ ซึ่งดิฉันได้ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับรากฐานเพื่อการเข้าสู่โลกาภิวัฒน์ ได้ดังนี้
ธุรกิจต่างๆ จำเป็นที่จะต้องสร้างรากฐาน เพื่อที่จะรองรับการเติบโตของธุรกิจ และการปรับตัวเพื่อนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดในทุกภูมิภาค ซึ่งกระบวนการในการปฏิบัตินั้น ต้องมีความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ ทั้งด้านเทคนิค, ด้านการเงิน, การจัดการ, ด้านบุคลากร, และการตัดสินใจด้านการตลาด ทั้งนี้ถ้าไม่มีการเตรียมตัวในกระบวนการต่างๆ เหล่านี้ในระยะเริ่มต้น และถ้าชลอการดำเนินการมาในส่วนขยายแล้ว ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจะสูงมาก หรือจะกล่าวอย่างง่ายๆ ว่า การดำเนินการในขั้นตอนของการขยายระบบ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการและงบประมาณมากเป็นสองเท่า เมื่อเทียบกับการเตรียมตัว และดำเนินการในระยะเริ่มต้น
บริษัทที่ประสบความสำเร็จโดยมากแล้ว เนื่องจากการแบ่งปันความรู้ และข้อมูลภายในองค์กรและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อให้มีการตอบสนองต่อตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัทเหล่านี้มีการทำงานแบบเรียลไทม์และ กระบวนการที่ปรับเปลี่ยนได้อย่างคล่องตัว โดยจะทำให้พันธมิตรทางธุรกิจ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาด และอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ความเป็นนานาชาติและความสำคัญของตลาดในแต่ละประเทศ มีความเกี่ยวข้องตั้งแต่การออกแบบ, การปฏิบัติการ, และการสนับสนุนด้านซอฟท์แวร์ที่ต้องมีการใช้งานกันทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมาก ทั้งทางด้านการทำธุรกิจ และด้านเทคโนโลยีไอทีในเชิงภาษา, สกุลเงิน, เทคโนโลยี, และวัฒนธรรม
การก้าวสู่ความเป็นโลกาภิวัฒน์หมายถึงการคิดใหม่, ทำใหม่และอาจรวมไปถึงการปรับองค์กรเลยทีเดียว โดยบริษัทจำเป็นที่จะต้องมองไกลออกไปในอนาคต และดำเนินการในทุกด้าน เพื่อให้ถึงจุดหมายการสร้างแอพพิเคชันขึ้นมา และมีการแบ่งปันในการใช้งานทั่วโลกนั้น มีความท้าทายอย่างมากในด้านระบบเครือข่ายที่มีความซับซ้อน ซึ่งต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านแบนด์วิธ, ระบบรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย, ความสามารถในการขยายระบบในการที่จะมีการใช้แอพพิเคชันร่วมกัน ตลอดจนการใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดจากอินเทอร์เน็ต
ความเป็นโลกาภิวัฒน์นั้นครอบคลุมทั้งด้านไอที และส่วนที่ไม่ใช่ไอที เช่นการปรับแต่งซอฟท์แวร์ให้รองรับภาษาต่างๆ ทั้งนี้อินเทอร์เน็ตได้สร้างรากฐานสำหรับการก้าวไปสู่ความเป็นโลกาภิวัฒน์ เนื่องจากมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน ไม่ว่าจะใช้หลักเกณฑ์ใดมาวัด ซึ่งรวมถึงความสามารถในการขยายระบบ, ความเป็นมาตรฐานสากล, และการเข้าถึงในทุกที่ทั่วโลก ไม่ว่าผู้ใช้งานจะเดินทางอยู่ในที่แห่งใด, สาขาที่อยู่ห่างไกล, และทุกคนที่สามารถเปิดเว็บบราวเซอร์ได้
บริษัทที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานได้นั้น โดยมากจะมีกระบวนการด้านธุรกิจที่เชื่อมต่อกับทุกหน่วยงาน และบุคลากรทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ โดยเน้นในส่วนผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นแกนหลักของธุรกิจ และใช้บริการจากภายนอก หรืออาศัยพันธมิตรทางธุรกิจให้ดำเนินการในส่วนอื่นๆ การที่จะประสบความสำเร็จในการทำอีบิสิเนสนั้น ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง และความสามารถในการปรับตัวของโครงสร้างโดยรวม สำหรับธุรกิจแบบอีบิสิเนสนี้ ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์, บริการที่มีการทำงานร่วมกันอย่างไม่มีขอบเขต เพื่อที่จะรองรับระบบเครือข่ายในภาพรวมได้
ข้อมูลจาก http://www.cisco.com/web/TH/technology/globalization.html
ส่วนธุรกิจระหว่างประเทศมีความสำคัญที่ต้องเข้าใจ เพราะ
-25%ของรายได้บริษัทที่ประกอบธุรกิจข้ามชาติ
-หาแหล่งทรัพยากรใหม่ๆ
-การสร้างสรรค์ความปรารถนาในสินค้าและบริการที่เหนือกว่าความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์
-การแพร่กระจายของเทคโนโลยีที่ไร้พรมแดน
เป็นต้น
ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดโลกาภิวัฒน์ เช่น
-เทคโนโลยีเรื่องราวของการสื่อสารและการขนส่ง
-การเปิดเสรีในเรื่องของการค้า
-แรงกดดันจากผู้บริโภค
โลกาภิวัฒน์มีส่วนสำคัญในการประกอบธุรกิจ ซึ่งดิฉันได้ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับรากฐานเพื่อการเข้าสู่โลกาภิวัฒน์ ได้ดังนี้
ธุรกิจต่างๆ จำเป็นที่จะต้องสร้างรากฐาน เพื่อที่จะรองรับการเติบโตของธุรกิจ และการปรับตัวเพื่อนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดในทุกภูมิภาค ซึ่งกระบวนการในการปฏิบัตินั้น ต้องมีความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ ทั้งด้านเทคนิค, ด้านการเงิน, การจัดการ, ด้านบุคลากร, และการตัดสินใจด้านการตลาด ทั้งนี้ถ้าไม่มีการเตรียมตัวในกระบวนการต่างๆ เหล่านี้ในระยะเริ่มต้น และถ้าชลอการดำเนินการมาในส่วนขยายแล้ว ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจะสูงมาก หรือจะกล่าวอย่างง่ายๆ ว่า การดำเนินการในขั้นตอนของการขยายระบบ จะใช้ระยะเวลาดำเนินการและงบประมาณมากเป็นสองเท่า เมื่อเทียบกับการเตรียมตัว และดำเนินการในระยะเริ่มต้น
บริษัทที่ประสบความสำเร็จโดยมากแล้ว เนื่องจากการแบ่งปันความรู้ และข้อมูลภายในองค์กรและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อให้มีการตอบสนองต่อตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัทเหล่านี้มีการทำงานแบบเรียลไทม์และ กระบวนการที่ปรับเปลี่ยนได้อย่างคล่องตัว โดยจะทำให้พันธมิตรทางธุรกิจ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาด และอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ความเป็นนานาชาติและความสำคัญของตลาดในแต่ละประเทศ มีความเกี่ยวข้องตั้งแต่การออกแบบ, การปฏิบัติการ, และการสนับสนุนด้านซอฟท์แวร์ที่ต้องมีการใช้งานกันทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมาก ทั้งทางด้านการทำธุรกิจ และด้านเทคโนโลยีไอทีในเชิงภาษา, สกุลเงิน, เทคโนโลยี, และวัฒนธรรม
การก้าวสู่ความเป็นโลกาภิวัฒน์หมายถึงการคิดใหม่, ทำใหม่และอาจรวมไปถึงการปรับองค์กรเลยทีเดียว โดยบริษัทจำเป็นที่จะต้องมองไกลออกไปในอนาคต และดำเนินการในทุกด้าน เพื่อให้ถึงจุดหมายการสร้างแอพพิเคชันขึ้นมา และมีการแบ่งปันในการใช้งานทั่วโลกนั้น มีความท้าทายอย่างมากในด้านระบบเครือข่ายที่มีความซับซ้อน ซึ่งต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านแบนด์วิธ, ระบบรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย, ความสามารถในการขยายระบบในการที่จะมีการใช้แอพพิเคชันร่วมกัน ตลอดจนการใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดจากอินเทอร์เน็ต
ความเป็นโลกาภิวัฒน์นั้นครอบคลุมทั้งด้านไอที และส่วนที่ไม่ใช่ไอที เช่นการปรับแต่งซอฟท์แวร์ให้รองรับภาษาต่างๆ ทั้งนี้อินเทอร์เน็ตได้สร้างรากฐานสำหรับการก้าวไปสู่ความเป็นโลกาภิวัฒน์ เนื่องจากมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน ไม่ว่าจะใช้หลักเกณฑ์ใดมาวัด ซึ่งรวมถึงความสามารถในการขยายระบบ, ความเป็นมาตรฐานสากล, และการเข้าถึงในทุกที่ทั่วโลก ไม่ว่าผู้ใช้งานจะเดินทางอยู่ในที่แห่งใด, สาขาที่อยู่ห่างไกล, และทุกคนที่สามารถเปิดเว็บบราวเซอร์ได้
บริษัทที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานได้นั้น โดยมากจะมีกระบวนการด้านธุรกิจที่เชื่อมต่อกับทุกหน่วยงาน และบุคลากรทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ โดยเน้นในส่วนผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นแกนหลักของธุรกิจ และใช้บริการจากภายนอก หรืออาศัยพันธมิตรทางธุรกิจให้ดำเนินการในส่วนอื่นๆ การที่จะประสบความสำเร็จในการทำอีบิสิเนสนั้น ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง และความสามารถในการปรับตัวของโครงสร้างโดยรวม สำหรับธุรกิจแบบอีบิสิเนสนี้ ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์, บริการที่มีการทำงานร่วมกันอย่างไม่มีขอบเขต เพื่อที่จะรองรับระบบเครือข่ายในภาพรวมได้
ข้อมูลจาก http://www.cisco.com/web/TH/technology/globalization.html
ส่วนธุรกิจระหว่างประเทศมีความสำคัญที่ต้องเข้าใจ เพราะ
-25%ของรายได้บริษัทที่ประกอบธุรกิจข้ามชาติ
-หาแหล่งทรัพยากรใหม่ๆ
-การสร้างสรรค์ความปรารถนาในสินค้าและบริการที่เหนือกว่าความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์
-การแพร่กระจายของเทคโนโลยีที่ไร้พรมแดน
เป็นต้น
วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552
โลกาภิวัตน์
โลกาภิวัตน์ (Globalization ) คำที่พวกเราทุกคนคุ้นเคย แต่จะมีสักกี่คนที่จะเข้าใจความหมายจริงๆของคำสั้นๆคำนี้ โลกาภิวัตน์เป็นคำที่เกิดมาก่อนหน้าทศวรรษ 1990 แล้ว โดยเริ่มต้นจากนักวิจารณ์ด้านวัฒนธรรมชาวแคนาดา Marshall McLuhan (1964) ที่เขากล่าวถึงหมู่บ้านโลก (global village) ซึ่งหมายถึง โลกยุคใหม่ที่ตั้งอยู่บนฐานของเทคโนโลยี อันนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่เร่งเร็วขึ้นในทุกระดับของสังคมมนุษย์ แต่เริ่มเป็นที่นิยมใช้ในแวดวงวิชาการและสื่อสารมวลชน เมื่อต้นทศวรรษ 1990 โลกาภิวัตน์นอกจากจะมีอิทธิพลต่อสังคมศาสตร์หลายแขนงแล้ว ยังครอบคลุมทั้งด้านการเมือง เศรษฐศาสตร์ วัฒนธรรมและเทคโนโลยีการสื่อสาร รวมทั้งยังมีอิทธิพลต่อความคิด ความเชื่อของคนจำนวนมากในยุคสมัยใหม่
ความหมายของโลกาภิวัตน์
ต่อคำถามที่ว่า โลกาภิวัตน์มีความหมายอย่างไรนั้น ถึงแม้ปัจจุบันโลกาภิวัตน์ จะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นที่พูดถึงกันมากในทุกวงการของสังคม โลกาภิวัตน์คืออะไร? นั้น ก็ยังคงไม่สู้จะง่ายนักต่อการให้คำตอบได้อย่างชัดเจน กล่าวคือ มีผู้นิยามและให้ความหมายของโลกาภิวัตน์ ในหลากหลายแง่มุมแตกต่างกันไปโลกาภิวัตน์ ในมุมมองของผู้เขียน มีความหมายว่า "คือปรากฏการณ์ที่หลอมรวมความสัมพันธ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ที่เกิดขึ้นในทุกมุมส่วนของโลก ให้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและใกล้ชิดกันมากขึ้นตามแบบอย่างโลกตะวันตก อย่างที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่ห่างไกลและข้ามพรมแดนรัฐ สามารถถูกรับรู้ได้ทันที่ ทำให้โลกมีลักษณะเป็นหมู่บ้านโลก โดยมีเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นตัวช่วยสนับสนุน"
ดังนั้น เราสามารถเห็นได้ว่าในยุคโลกาภิวัตน์นั้น เหตุการณ์และรูปแบบทางสังคมที่อยู่ห่างออกไปจะมีกระบวนการแผ่ขยายเข้าหากันและล้อรับกัน กระบวนการนี้จะเชื่อมโยงทำให้สังคมที่แตกต่างกันกลายมาเป็นเครือข่ายที่คล้ายคลึงกันโดยการนำเข้าแนวคิดและรูปแบบจากประเทศโลกตะวันตก ที่นำโดยสหรัฐอเมริกา ทั้งในแง่ของความคิด ความเชื่อ และอุดมการณ์ ดังนั้น โลกาภิวัตน์ก็คือการทำให้ความสัมพันธ์ทางสังคมในระดับโลกเข้มข้นขึ้น และความสัมพันธ์ที่เข้มข้นนี้จะเชื่อมโยงระยะห่างในลักษณะที่สิ่งที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นจะเกิดขึ้นจากอิทธิพลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในที่ซึ่งไกลออกไป ในทางตรงข้ามเหตุการณ์ในท้องถิ่นอาจจะมีผลกระทบต่อที่ที่อยู่ไกลออกไปด้วย
ความหมายของโลกาภิวัตน์
ต่อคำถามที่ว่า โลกาภิวัตน์มีความหมายอย่างไรนั้น ถึงแม้ปัจจุบันโลกาภิวัตน์ จะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นที่พูดถึงกันมากในทุกวงการของสังคม โลกาภิวัตน์คืออะไร? นั้น ก็ยังคงไม่สู้จะง่ายนักต่อการให้คำตอบได้อย่างชัดเจน กล่าวคือ มีผู้นิยามและให้ความหมายของโลกาภิวัตน์ ในหลากหลายแง่มุมแตกต่างกันไปโลกาภิวัตน์ ในมุมมองของผู้เขียน มีความหมายว่า "คือปรากฏการณ์ที่หลอมรวมความสัมพันธ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ที่เกิดขึ้นในทุกมุมส่วนของโลก ให้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและใกล้ชิดกันมากขึ้นตามแบบอย่างโลกตะวันตก อย่างที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่ห่างไกลและข้ามพรมแดนรัฐ สามารถถูกรับรู้ได้ทันที่ ทำให้โลกมีลักษณะเป็นหมู่บ้านโลก โดยมีเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นตัวช่วยสนับสนุน"
ดังนั้น เราสามารถเห็นได้ว่าในยุคโลกาภิวัตน์นั้น เหตุการณ์และรูปแบบทางสังคมที่อยู่ห่างออกไปจะมีกระบวนการแผ่ขยายเข้าหากันและล้อรับกัน กระบวนการนี้จะเชื่อมโยงทำให้สังคมที่แตกต่างกันกลายมาเป็นเครือข่ายที่คล้ายคลึงกันโดยการนำเข้าแนวคิดและรูปแบบจากประเทศโลกตะวันตก ที่นำโดยสหรัฐอเมริกา ทั้งในแง่ของความคิด ความเชื่อ และอุดมการณ์ ดังนั้น โลกาภิวัตน์ก็คือการทำให้ความสัมพันธ์ทางสังคมในระดับโลกเข้มข้นขึ้น และความสัมพันธ์ที่เข้มข้นนี้จะเชื่อมโยงระยะห่างในลักษณะที่สิ่งที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นจะเกิดขึ้นจากอิทธิพลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในที่ซึ่งไกลออกไป ในทางตรงข้ามเหตุการณ์ในท้องถิ่นอาจจะมีผลกระทบต่อที่ที่อยู่ไกลออกไปด้วย
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)