วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ดูงาน 14/08/09

วันที่ 14 สิงหาคม 2552

ได้มีโอกาสได้ดูงาน ที่บริษัท Thai President Food หรือ บริษัท มาม่า

ออกเดินทางตั้งแต่ 6.00 น.(เช้ามาก) แต่การเดินทางเป็นไปอย่างสนุกสนาน

เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางไกลๆร่วมกับเพื่อนๆใน IBM ทุกคน


การไปดูงานครั้งนี้ได้ประสบการณ์ ความรู้ต่างๆมากมาย

ได้เห็นขั้นตอนวิธีการทำมาม่า กว่าจะออกมาแต่ละห่อต้องใช้กระบวนการใดบ้าง


นอกจากนี้แล้ว ยังได้รับประทานอาหารร่วมกับเพื่อนๆ ที่ร้านอาหารประการัง


และเดินทางต่อไปยัง วัดใหญ่อินทาราม ได้ทำบุญเล็กๆน้อยๆ และเข้าชมโบสถ์ของวัด

ได้รู้ถึงประวัติและที่มาของวัดใหญ่แห่งนี้



จากการเดินทางในวันนี้ ดิฉันมีความประทับใจมากๆ และอยากให้อาจารย์จัดกิจกรรมดีๆ อย่างนี้อีกต่อไป




วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552

The Role of Strategy in International Business

ในการเรียน IB321 วันที่ 7/08/09 นั้น ได้เรียนในเรื่องของ การบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ

The Role of Strategy in International Business


-Management Vision
บุคคลหรือองค์กรที่สามารถมองความเป็นไปได้ในอนาคตอย่างถูกต้อง จะได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ วิสัยทัศน์ที่ก่อให้เกิดผลดีได้แก่การที่ผู้บริหารมองเห็นถึงความเป็นไปได้ในเรื่องราวต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และสามารถนำวิสัยทัศน์มากำหนดทิศทางขององค์กรในอนาคต


-Strategy
กลยุทธ์ขององค์การจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวขององค์การได้ การทำความเข้าใจและการพยายามศึกษาองค์การที่ประสบผลสำเร็จในการใช้กลยุทธ์เพื่อการจัดการ จะทำให้นักบริหารได้ทราบถึงคุณประโยชน์ของกลยุทธ์ ที่จะช่วยสนับสนุนองค์การให้ประสบความสำเร็จ และจะต้องมีการพิจารณาเลือกกลยุทธ์และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับองค์การ

การจัดการเชิงกลยุทธ์เป็นการบริหารอย่างมีระบบที่ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์การเป็นส่วนประกอบ และอาศัยการวางแผนอย่างมีขั้นตอน เนื่องจากการบริหารกลยุทธ์เป็นการบริหารองค์รวม ผู้นำที่มีความสามารถจะต้องอาศัยกลยุทธ์ในการจัดการองค์การที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับองค์การ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงไม่ล้มเหลว เนื่องจากกลยุทธ์ที่ดีแต่ล้มเหลวจะไม่สามารถนำความสำเร็จมาสู่องค์การได้ ดังนั้นทั้งกลยุทธ์และนักบริหารที่เป็นผู้ตัดสินใจเลือกใช้กลยุทธ์และนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติจึงมีความสำคัญเท่าเทียมกัน

ลักษณะที่สำคัญของการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ การจัดการเชิงกลยุทธ์เป็นเครื่องมือของนักบริหารในการบริหารงาน เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น การบริหารเชิงกลยุทธ์จะเน้นและให้ความสำคัญต่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (Strategic decision making) ที่ไม่เหมือนกับการตัดสินใจในลักษณะอื่น ๆ เพราะการบริหารเชิงกลยุทธ์จะเกี่ยวข้องกับอนาคตในระยะยาวขององค์การทั้งหมด ซึ่งมีลักษณะดังนี้ คือ

• เป็นกระบวนการของการบริหารองค์การโดยรวม
• เป็นการบริหารที่เน้นการสร้างกลยุทธ์ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับองค์การในระยะยาว
• เป็นการตัดสินใจที่อาศัยชั้นเชิง ไม่มีวิธีการที่สำเร็จรูป
• ต้องอาศัยความร่วมมือ พันธะผูกพัน (Commitment) และทรัพยากรในองค์การ
• มีทิศทางที่ชัดเจนต่อทางเลือกต่าง ๆ และแสดงให้ทุกคนในองค์การเข้าใจตรงกัน



-Value Creation
Value Creation คือการใช้ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของประเทศหรือการนำจุดแข็งของประเทศที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มาสร้างสรรค์ ผลิตสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสม ทำให้เกิดสินค้าและบริการที่มีคุณค่า ยากต่อการลอกเลียนแบบ สามารถสร้างราคาให้สูงได้ตามความต้องการ เพราะไม่มีใครสามารถมาแข่งขันได้

ตัวอย่างเช่น การนวดแผนไทย ซึ่งเป็นสินค้าและบริการที่ประเทศไทยมีทักษะและฝีมือที่ชำนาญ และถ่ายทอดกันมาแต่เดิม เมื่อนำเข้ามาใส่ในธุรกิจสปา ได้ช่วยสร้างคุณค่าให้กับนวดแผนไทยมากขึ้น มีราคาสูงขึ้น จึงถือเป็น Value Creation


-Firm Performance


http://www.aircadetwing.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5376485&Ntype=4
http://www2.nesac.go.th/office/onesac_papers/papers_files/paper_16.php






Five Forces Analysis

โมเดล Five Force ของ Michael Porter เป็น Model ที่นิยมกันมากในการวิเคราะห์ตลาดเพื่อให้รู้ถึงสภาพแวดล้อมของธุรกิจของเรากับสิ่งรอบข้างที่มีผลต่อการทำธุรกิจของเรา โดยเป็นการวิเคราะห์ในเชิงบวกที่ไม่ใช่เพียงการเอาชัยเหนือคู่แข่งแต่ยังพูดถึงการร่วมมือกันเป็นพันธมิตร อย่างไรก็ตาม มักมีความเข้าใจกันว่า การวิเคราะห์ธุรกิจโดยนำหลัก Five Force มาใช้นั้นควรใช้สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีการแข่งขันสูงส่วนธุรกิจขนาดเล็กนั้นไม่มีความจำเป็นต้องทำเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนั้น หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมก็สามารถใช้ Model ธุรกิจแบบ Five Force มาใช้ได้เพื่อเสริมให้ธุรกิจของเรานั้นมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น


Five Force:
1. Rivalry Among Current Competitors: การแข่งขันกันระหว่างคู่แข่งภายในอุตสาหกรรมเดียวกัน
2. Bargaining Power of Suppliers: อำนาจต่อรองของ Supplier
3. Bargaining Power of Customers: อำนาจต่อรองของลูกค้า
4. Threat of Substitute Products or Services: ภัยคุกคามจากสินค้าทดแทน
5. Threat of New Entrance: ภัยคุกคามจากผู้แข่งขันหน้าใหม่


http://www.oknation.net/blog/print.php?id=106730